one

precious one chap II

posted on 07 May 2007 11:21 by moonclock

เรื่องนี้มาถึงตอนนี้ 2 แล้วนะ

ถ้าไม่มีเวลาอ่านก็ copy เก็บไว้ทีหลังก็ได้

ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคนสำหรับคอมเม้นนะ

สำหรับตอนที่ 3 จะเอามาลงอีก 2 วันข้างหน้าล่ะกัน

จะรับได้ไหมหนอ ถ้าจะให้เคตะเสร็จนู๋ฟุเนี่ย 555++++ (ล้อเล่นอ่ะคร้าบ แต่เอ้ ไม่รู้ซิอาจเป็นไปได้ หุหุ)

อย่างนี้ก็ต้องติดตามดู

Chapter II

วันที่ 2 ของการถ่ายละคร เด็กหนุ่มนาม คากิโมโต้ อากิระ เจ้าของที่ดินและเพื่อนๆต่างแวะมาเยี่ยมพร้อมทั้งขนเสบียงมาเลี้ยงเหล่าทีมงานมากมาย

จะถ่ายเรื่องเจ้าหญิงคางูยะในป่าไผ่ซินะครับ อากิระ เด็กหนุ่มหน้าสวยถามขึ้น

ถูกต้องแล้ว ยูสึเกะแปลกใจเล็กน้อย เด็กอย่างนายรู้จักตำนานเรื่องนี้ด้วยหรอ

จะให้ไม่รู้จักได้ไงล่ะครับ เขาว่ากันว่า ที่ป่าไผ่แห่งนี้แหละเจ้าหญิงคางูยะมักจะปรากฏตัวออกมา อากิระบอก

เหวอ จริงเหรอ ทีมงานขวัญอ่อนบางคนร้องขึ้น

ถ้างั้นเรื่องวิญญาณที่ชาวบ้านพูดถึงกันก็เป็นความจริงล่ะซิ

เรื่องวิญญาณน่ะหรอ อากิระทำท่านึก ไม่ใช่เจ้าหญิงหรอกครับ เพราะตามตำนานเจ้าหญิงคางูยะนั้นมาจากดวงจันทร์ แต่คุณปู่ผมเคยเล่าว่า ที่ป่าไผ่แห่งนี้ เคยเป็นที่อยู่ของลูกชายผู้สืบทอดวิชายิงธนูของตระกูลทาคาชิมะ เมื่อราว 150 ปีก่อนนะครับ แล้วผู้สืบทอดคนนั้นก็ป่วยตายประมาณนี้แหละ

แหงเขาถึงได้ป่วยตายล่ะ เจ้าตัวเล็กถาม

อ๋อ เป็นไข้ป่าน่ะครับ เขาเป็นคนที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอซ้ำยังหนีตามคนรักมาด้วย สุดท้ายก็ต้องมาพบจุดจบแบบนี้ น่าเศร้านะ ผมว่า แถมคนรักของเค้ายังตรอมใจตายตามไปด้วย

งั้นศพของ 2 คนนั่นน่าจะอยู่บริเวณนี้ซินะ ถึงได้มีข่าวเรื่องวิญญาณน่ะ ยูสุเกะพูด

อย่าไปสนใจเลยครับ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องที่เล่ากันเล่นๆก็ได้ ตามความคิดของผม มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย น่าจะเรียกว่าเป็นตำนานรักมากกว่า

แล้วอากิระคุงรู้ไหมว่าทั้งสองนั่นชื่ออะไร? อยู่ๆ เคตะก็นึกคำถามนี้ขึ้นมาได้

เอ่อ ผมก็ไม่รู้รายละเอียดมากหรอก คนรักของเขาผมไม่ทราบ แต่ลูกชายที่สืบทอดรู้สึกว่า จะชื่อ อะไรนา อากิระคิ้วขมวดอีกรอบ อุรุ เออใช่ อูรุฮะ ได้ยินมาว่า คนนี้น่ะเป็นผู้ชายรูปงามที่สวยราวกับเจ้าหญิงเลยแหละ อากิระกระโดดโลดเต้นเหมือนถูกหวยเมื่อนึกออก

สุดท้ายเรื่องเล่าตำนานต่างๆก็ค่อยๆ หยุดไป ทุกคนกลับเข้าสู่โหมดการทำงานอีกครั้ง มีเพียงเคตะเองที่ดูเหมือนจะช็อกกับเรื่องที่ได้ยิน จึงเกิดอาการเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ จนยูสึเกะอดไม่ไว้ที่จะไม่เอ็ด

เฮ้ เคตะตั้งใจหน่อยซิ

อะ เคตะรับคำอย่างว่าง่าย ท่าทางของเคตะวันนี้ถูกร่างเล็กสงสัยอย่างมาก

.......................................................

.......................................................

คืนนี้ต่างจากคืนก่อน เหล่าทีมงานทุกคนต่างสนุกสนานเฮฮากันใหญ่ มีการดื่มเพื่อฉลองและเปิดเพลงคลอไปกับบรรยากาศ เคตะกังวลถึงการมาของอุรุฮะในวันนี้

และแล้วราว 5 ทุ่ม ทุกคนที่ดูว่าจะสนุกสนานจนจะโต้รุ่งได้นั้น ต่างพากันหลับใหลไปกันอย่างเงียบๆ

เพียงแค่นี้เคตะก็รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เขาเดินไปยังระเบียงรอคอยอุรุฮะอย่างไม่สะทกสะท้าน

ไม่นาน ร่างบางก็เดินมาปรากฏตัวที่ด้านล่าง เคตะส่งสายตาเพื่อเป็นสัญญาณให้ขึ้นมาได้

แปลกจังเลยนะ เหมือนนายรู้ว่าทุกคนหลับกันไปหมดแล้ว นายถึงมาหาชั้นได้ เคตะยิงคำถามใส่อุรุฮะทันทีที่ก้าวเข้ามาในระเบียง

เอ๊ะ อุรุฮะดูเหมือนจะตกใจ

นายเป็นใครกันแน่ น้ำเสียงของเคตะที่ต่างจากเมื่อคืนที่ไร้ความอ่อนหวาน เมื่อกลางวันชั้นแอบถามเด็กที่ชื่ออากิระที่อาศัยอยู่ที่นี่ เขาบอกว่าแถวป่าไผ่นี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย

...........................

นายไม่ใช่คนใช่ไหม เคตะจู่โจมด้วยคำถามเมื่ออูรุฮะไม่ตอบ เขามองไปทางพื้นที่ทั้งสองยืนอยู่ อูรุฮะมองตามสายตาของเคตะไป พบว่าในตัวเรือนที่มีแสงไฟสาดส่อง มีเพียงเงาของเคตะคนเดียวเท่านั้น

ไม่มีเหตุผลใดที่จะเถียง ร่างบางสบตาเคตะก่อนที่จะถามว่า

แล้วเคตะไม่กลัวชั้นหรือ

ไม่รู้เหมือนกัน เคตะที่ดูเคร่งขรึมในตอนแรก กลับมีแววตาที่อ่อนโยนและน้ำเสียงอ่อนลงมาก

รู้เพียงแต่ว่า ความรู้สึกที่คุ้นเคยกับนายมันมีมากกว่าความกลัวเท่านั้น นายคือผู้สืบทอดของตระกูลทาคาชิมะใช่ไหม

อุรุฮะพยักหน้าเล็กน้อย

เกิดเรื่องอะไรระหว่างชั้นกับนายเมื่อราว 150 ปีก่อน คนที่หนีไปกับนายในตอนนั้นคือชั้นหรือเปล่า เคตะเอื้อมไปกุมมืออูรุฮะเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ ก็คงจะเป็นผู้ชายคนนั้นซินะ

ไม่ทันขาดคำร่างของไคก็โผล่มาข้างๆของคนทั้งคู่ นัยน์ตาสีดำขลับนั้นยังคงความดุดันเช่นเคย

เรื่องจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับนายซักหน่อย รู้แล้วก็ดีว่านายกับอูรุฮะน่ะต่างกัน แล้วไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก ว่าแล้วไคก็ดึงมือของอูรุฮะจากเคตะ

ไปเถอะ เรากลับกันได้แล้ว ไคสั่งอูรุอะ โดยที่ร่างบางนั้นพยายามที่จะขัดขืน เคตะเองก็พยายามที่จะช่วย แต่แล้วร่างของทั้งคู่ก็หายวับไปราวกับสายลม

อูรุฮะ เคตะตะโกนร้องเรียกราวเสียสติ

คืนที่ 3 ของการพัก เคตะยังคงรอคอยการกลับมาของอูรุฮะ ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ไร้ร่างบางสวยนั้น

ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกถึงความเจ็บที่เพิ่มขึ้นเข้าในหัวใจ อาการเหล่านี้เรียกว่ารักหรือเปล่า เขากำลังหลงใหลคนที่เจอกันเพียงแค่ชั่วข้ามคืนขนาดนี้เชียวหรือ

เหม่อลอยทั้งวันเลยนะ วันนี้พี่เคตะเป็นอะไรไป ร่างเล็กเดินมาหาเคตะที่ริมระเบียง

อย่างนั้นหรอ ขอโทษนะฟุจัง

มองหาใครอยู่หรอฮะ เจ้าตัวเล็กทำท่าหันรีหันขวาง พี่เคตะมาที่ระเบียงบ่อยจังเลยนะ

เอ๋ พี่ก็แค่มารับลมหน่อย ไม่มีอะไรหรอกฟุจัง ดึกแล้วเข้านอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ

พี่เคตะน่ะ ทำอย่างกับเค้าเป็นเด็กไปได้ ไม่เอาอ่ะ เค้าจะนอนพร้อมพี่ ร่างเล็กดึงดันพร้อมเกาะแขนเคตะไม่ยอมปล่อย

อ๊ะ โอเค พี่ไปนอนเดี๋ยวนี้เลยละกัน เคตะบอกอย่างขัดไม่ได้ เจ้าตัวเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดึงเคตะไปยังห้องนอนรวมของทุกคน

................................................ 

................................................

อีกด้านหนึ่งที่มืดมิดมีเพียงแสงสลัว อูรุฮะทรุดตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหลุดจากห่วงโซ่พลังจิตที่ไคสร้างพันธนาการเอาไว้ได้ แม้ว่าจะมองเห็นเคตะอยู่ก็ตาม ร่างบางสบตากับไคที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อต้องการเหตุผลที่ไคทำกับตัวเค้าแบบนี้ จนแล้วจนรอดมีเพียงคำตอบสั้นๆจากไคว่า....

นายก็น่าจะรู้ดี ว่าเขาก็มีคนที่รักเขาอยู่แล้ว นายไม่ควรที่จะดึงเคตะไว้อยู่กับนายเลยนะ

.........................................

.........................................

คืนที่ สี่

สายลมอ่อนจางกำลังพัดพาใบไผ่สะบัดพลิ้ว ท่วงทำนองแห่งธรรมชาติราวกำลังบรรเลงเสียงดนตรี ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ปกคลุมเรือนไม้แห่งนี้

ใบหน้าเพรียวได้รูปของทาจิบานะ เคตะ ยังคงเศร้าหมองอยู่เช่นเคย ถึงแม้จะพอเข้าใจว่า เขาไม่อยู่ในสถานะที่จะไปรักกับอูรุฮะได้ แต่พอคิดอย่างนั้นก็ปวดใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

คิดถึง........

คิดถึงเจ้าของใบหน้าที่งดงาม

คิดถึงความสุขที่อยู่กับคนๆนั้น

คิดถึงความรู้สึกคุ้นเคยราวกับรู้จักกันมาแสนนาน

คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่หมายถึงอูรุฮะ

ไม่รู้เหมือนกันเลยว่าจะคอยอูรุฮะไปนานเท่าไร คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะพักที่นี่ ความกังวลที่จะไม่ได้พบอูรุฮะพรั่งพรูขึ้นเรื่อยๆ เคตะเอนหลังพิงที่ผนังอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนที่จะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แต่กลับรู้สึกถึงลมหายใจรดรินบนใบหน้า เคตะลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ พบใบหน้าที่เขาอยากจะพบมากที่สุด

อูรุฮะไม่ทันไรก็ลืมตัวเผลอเข้ากอดร่างบางด้วยความคิดถึงสุดขีด ไม่รู้ว่านานเท่าไร เมื่อเคตะคลายอ้อมกอดลง ทั้งคู่สบตากันและกัน ดวงตาเรียวคู่นั้นเหมือนกับให้ดึงดูดเข้าไปหา

ชั้นเองก็คิดถึงเคตะมากเหมือนกันนะ ตั้งแต่คราวนั้นไคก็ไม่ยอมให้ชั้นมาเลย ชั้นไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปสู้กับไคได้ แต่สิ่งที่อยากให้เคตะรู้ก็คือ ไม่ว่ายังไงชั้นก็ยังรักเคตะอยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง สิ้นคำพูดของอูรุฮะเคตะหน้าแดงด้วยความเขินอาย

เหมือนกับตอนนั้นใช่ไหมที่เราเคยรักกัน ถึงแม้ตอนนี้ชั้นจะยังไม่รู้อะไร แต่เราเคยอยู่ด้วยกันใช่ไหม

เคตะกอดอูรุฮะแน่นเข้าไปอีก เกิดรอยยิ้มที่งดงามใบหน้ารูปไข่ของร่างบาง

หมดเวลาที่จะพลอดรักกันได้แล้ว น้ำเสียงขุ่นเคืองดังขึ้นมาตามมาด้วยร่างของฟุรุยะ เคตะ โดยมีไคเดินมาเคียงข้าง

มิน่าสังหรณ์ใจมานานแล้ว ขอบคุณนะไคที่บอกเรื่องนี้กับชั้น ร่างเล็กเดินเข้ามาหาคนทั้งคู่ เคตะปล่อยอูรุฮะออกจากอ้อมแขน แต่ก็ยังจับมือของอูรุฮะไว้แน่น

จะเป็นวิญญาณหรืออะไรชั้นก็ไม่สน สนแต่ว่าถ้าคิดอยากจะมาแย่งพี่เคตะไปจากชั้นล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าจะได้ ฟุจังที่เป็นเด็กร่าเริง น่ารักที่เหมือนลูกแมวน้อย ในคืนนี้กลับดุดันราวแม่เสือ น้ำเสียงที่ตวาดอย่างชัดถ้อยชัดคำไม่นึกว่าเพราะแรงหึงหวง จะทำให้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ร่างเล็กหันไปมองทั้งคู่ด้วยแววตาขื่นขม แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฝ่ามือของร่างเล็กตวัดไปที่ใบหน้าของอูรุฮะทันที แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่าของอากาศทั้งๆที่ อูรุฮะเองก็ไม่ได้หลบสักนิด

นายทำอะไรอูรุฮะไม่ได้หรอก เขาเป็นวิญญาณนะ ไคบอก

แต่ทำไมพี่เคตะถึงกอดมันได้ ร่างเล็กเริ่มฉุน

ก็ถ้าอูรุฮะเขาอยากจะให้นายสัมผัสคงไม่มีปัญหาหรอก คำพูดของไคทำให้ร่างเล็กส่งแววตาที่โกรธเคืองไปยังอูรุฮะ

หน้าด้านสิ้นดี

ฟุจังทำไมพูดอย่างนี้ เคตะต่อว่าทันที

อย่าเลยเคตะ อูรุฮะปราม พอมีความรักทุกคนก็เป็นกันอย่างนี้แหละ ว่าแล้วก็หันหน้าไปทางฟุรุยะ

นายไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลยนะ ฟุรุยะคุง ยังเป็นพวกรักแรง เกลียดแรงเช่นเคย

ชั้นไม่รู้จักนาย และไม่ต้องสะเออะมาพูดกับชั้น ร่างเล็กยังไม่ลดละ

ไคเอามันกลับไปได้แล้ว อย่าให้มาเจอพี่เคตะอีกเป็นอันขาด ไคส่งยิ้มไปที่เคตะอย่างเย้ยยัน แล้วฉุดกระชากข้อมือของอูรุฮะให้พ้นจากเคตะ ก่อนที่จะหายตัวไป ก่อนที่เคตะจะว่าอะไร ฟุจังเจ้าของร่างเล็กก็ชิงต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่โกรธ

พี่เคตะเองก็เหมือนกัน ความรักที่เค้าให้พี่ไม่เคยมีความหมายเลยใช่ไหม พี่ไม่เคยเปิดรับเลย แล้วอูรุฮะนั่นเป็นใครมาจากไหน พี่ถึงได้หลงมันอย่างง่ายดายเพียงนี้ ทั้งๆที่ เค้ารักพี่เคตะมากกว่ามันหลายเท่า

ฟุรุยะกล่าวทั้งน้ำตา

สิ่งที่ฟุจังให้พี่ มันเรียกว่ารักหรือต้องการที่จะครอบครองกันแน่ พี่เสียใจจริงๆที่ฟุจังเป็นแบบนี้ ฟุจังไม่เคย....ยังไม่ทันสิ้นคำพูดฝ่ามือน้อยตบเข้าที่ใบหน้าเรียวอย่างแรง

เค้าเกลียดพี่เคตะ ฟุรุยะตะโกนก่อนที่จะวิ่งหนีออกมา เสียงดังจนยูสึเกะและทีมงานคนอื่นๆถูกปลุกขึ้น แต่ทุกคนก็ คิดว่าเป็นเรื่องทะเลาะกันธรรมดา

......................................................

.....................................................

ถ้าปาปารัชซี่มาเห็นนายในสภาพแบบนี้ คงเป็นข่าวใหญ่เลยนะ ดาราหนุ่มเจ้าสำอางค์อย่างนายมาทำตัวเหลวไหลดื่มเหล้าจนสภาพดูไม่ได้เนี่ย ยูสึเกะคุยกับเคตะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตรงด้านล่างโรงแรมที่พวกเขาพักในค่ำคืนนี้

ทำไมล่ะพี่ พรุ่งนี้ก็หยุดงาน ผมอายุเลย 20 แล้วนะ รู้ตัวว่าทำอะไรลงไปบ้าง พี่จะกลัวอะไร ผมไม่ได้ไปทำอะไรผิดสักหน่อย เคตะตอบแล้วก็ดื่มเหล้าแก้วต่อไปรวดเดียว

เฮ้อ เคตะ เพลาๆ หน่อยนา มันไม่ดีนะ นายเองก็ไม่ใช่พวกขี้เหล้าซะหน่อย ระวังเขาจะเอาข่าวนายไปเขียนไม่ดี

ทำไม พี่กลัวว่าเขาจะหาว่าผมเป็นเกย์กับพี่หรือไงที่นั่งอยู่กับพี่สองคนที่นี่

เคตะ นายเมามากแล้วนะ ป่ะกลับห้องได้แล้ว ยูสึเกะพยามที่จะพยุงเคตะ

บอกแล้วไงว่าผม.... ยัง...ม่าย....เมา....... เคตะเริ่มโวยวาย ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ จะดื่มต่อ เคตะยังคงดื้อรั้น ยูสึเกะจึงเผลอชกด้วยความโมโห พอให้ร่างสูงเริ่มสงบลงไปได้บ้าง

เมาหัวราน้ำแล้วยังจะทำเป็นดื่มได้ แม่ง ตัวก็หนักยังกะอะไรไอ้น้องคนนี้เนี่ย

ยูสึเกะแบกเคตะมายังห้องพักและสวนกับฟุรุยะโดยบังเอิญ ยูสึเกะจึงเอ่ยถาม

เมื่อคืนก่อนทะเลาะอะไรกับเคตะเข้าล่ะ เจ้านี่ถึงได้ซัดเหล้ามากซะขนาดนี้

แค่ผิดใจกันนิดหน่อยเองยูสึซัง ตามประสาคนที่เป็นแฟนกันน่ะ ฟุรุยะได้โอกาสโกหกทันที

เอ๋ นายไปเป็นแฟนกับเคตะเมื่อไรกัน ยูสึเกะทำหน้าสงสัย

อ๋อ ยูสึซังคงไม่รู้ล่ะซินะ ที่จริงเราก็เพิ่งจะคบกันได้ 2 วันเอง เนี่ยฟุเองก็อยากจะปรับความเข้าใจกับพี่เคตะอยู่พอดีเลย ฟุรุยะเริ่มทำหน้าให้ดูน่ารัก

หรอ ถ้างั้นก็ฝากดูแลเคตะหน่อยนะ เช็คตัวให้บ้างก็ดี ยูสึเกะพูดขึ้น ก่อนที่จะนำร่างเคตะซึ่งกำลังหมดสติวางไว้ที่เตียง

งั้นชั้นไปล่ะนะ ฟุรุยะคุง ยูสึเกะโบกมือให้ร่างเล็กก่อนออกไป ทิ้งให้ฟุรุยะคุงอยู่กับเคตะเพียงลำพัง

ว่าแล้ว ความคิดชั่วร้ายก็บังเกิดขึ้น

เอารูปอุรุฮะตอนที่ยังไม่แต่งตัวเป็น Gazetto มาให้ดู (ช่วงธรรมดาของเธอนั้นแหละ)

งามมาก หลงรอยยิ้มนั่นเหลือเกิน กรี๊ดดดดดดดดดดดดด


edit @ 2007/05/08 13:01:51