(fic) precious one chap V
posted on 30 May 2007 21:28 by moonclockช่วงนี้วันหยุด เราเลยได้กลับบ้าน มาอัพบล็อกทันทีเลยฮับ
กระผมอยู่หอพักที่โรงเรียน ใช้เน็ตไม่สะดวก
.................

ถัดมาด้านข้างก็เป็นเตียงของเรา(ในหอพักโรงเรียน) ตรงนี้เรากับลี่ช่วยกันตกแต่ง อาณาจักรของกระผม ครูหอพักว่าจนขี้เกียจว่าแล้ว สุดท้ายก็ปล่อยให้เราลอยนวลต่อไป
นี่ เป็นรายชื่อพี่ๆ กลุ่มบ้านักร้องเอเชียที่โรงเรียน ยินดีกับพี่ๆทุกคนที่ได้คณะตามหวังด้วยคร้าบ
-พี่โบเอะ ท่านพี่สุดยอดในการเก็บฟิค หลงไหลอุเคะ รักยามะพีสุดหัวใจ สุดท้ายไปหลงบอยแบรนด์เกาหลี ตอนนี้ติดคณะพยาบาล มหิดล แล้ว
-เจ๊ตุ๊กตา หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่า เป็นเกย์ อาเจ๊หล่อมาก คลั่งไคล้จิน แห่งคัตตุน ติด เทคนิคการแพทย์ มหิดล คร้าบบบบ
-พี่โจ๊ะจัง พี่สาวคนสนิทของเค้า บ้าคิมแจจุง แต่งฟิคหลายเรื่องแล้ว แต่ไม่เคยจบ วาดการ์ตูนเก่ง ลงท้ายที่ เทคนิคการแพทย์ ธรรมศาสตร์
-พี่ปุ๋ย คนเดียวในกลุ่มที่ชอบเซเมะ ถึงจะรักคาเมะมากแค่ไหน สุดท้ายก็ไปเที่ยวเกาหลีเสียนาน ติด วิศวกรรมโพลิเมอร์ พระจอมเกล้านครเหนือ ผิดคาดแฮะ คนนี้
-พี่ป่าน สาวเสียงดี นักร้องประจำโรงเรียน ฟังเพลงทุกแนว พี่สาวของเค้าอีกคน คนเนี้ย แพทย์ ม. มหาสารคาม คับ
-ฟุจิ เราเอง แฟนคลับเจร็อค ปัจจุบัน ม.6 อนาคต....ม่ายรุ
แล้วพี่ๆ ทุกคนก็ไปกันหมด ทิ้งเค้าที่บ้านักร้องอยู่คนเดียว แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะมีใครมาเป็นทายาทมั่งไหมเนี่ย บลอคของเค้าก็คงจะเงียบเหงา ไม่มีพี่ๆมาเยี่ยมเหมือนแต่ก่อน
พล่ามมาเยอะ อ่านฟิคดีกว่าค่ะ ใกล้จบแล้ว เราชอบตอนนี้ที่สุดเลย
Chapter V
ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ปราศจากการสูญเสีย
การที่จะได้สิ่งใดมาก็ย่อมที่จะสูญเสียอีกอย่างที่มีค่าเท่าเทียมกัน
มันเป็นสัจจะของโลก
หากแต่ผมไม่เข้าใจเลยว่า...........
สิ่งที่ผมได้รับนั้น
มันเท่าเทียมแล้วหรือ ที่ผมต้องเสียคนที่รักไป
ความเจ็บปวดที่ผมได้รับมานั้น
มันยุติธรรมแล้วหรือไง
สัจจะของโลกไม่มีจริง
..
.
.
วันนั้น วันที่อูรุฮะวิ่งหน้าตื่นมาหาฟุรุยะในห้องครัว ถึงแม้ว่าฟุรุยะจะไม่เก่งวิชาการต่อสู้ในตระกูลของเราเท่าไรนัก แต่ถ้าหากเป็นการปรุงยาแล้ว หมอนี่ไม่เป็นรองใครทีเดียว นอกจากนี้ฝีมือการปรุงอาหารก็ไม่น้อยหน้า เพราะความสามารถเหล่านี้ทำให้ฟุรุยะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องครัวประจำ
ฟุจังอยู่ไหม ชั้นมีเรื่องอยากให้ช่วย อูรุฮะถามทันทีที่มาถึงท่าทางยังเหนื่อยหอบ
อูรุฮะซังมีอะไรหรือ ร่างเล็กถามขึ้นขณะง่วนกับการปรุงยา
ชั้นยิงธนูพลาดไปโดนซามูไรคนหนึ่งน่ะ มาช่วยรักษาแผลเขาหน่อยเถอะ
ไม่นานร่างของทั้งสองคนก็วิ่งมายังหน้าบ้าน โดยมีไคที่กำลังแบกร่างนั้นเดินมา ลูกศรปักตรงไหล่ซ้าย มีเลือดไหลซึมลงมาเป็นทาง ใบหน้าและเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำเป็นหลักบานที่บ่งบอกว่าผ่านการต่อสู้มา แววตาของอูรุอะเจือความเศร้ารู้สึกผิดถึงการกระทำของตัวเอง
ไคที่สังเกตถึงอาการของร่างบาง จึงรีบปลอบว่า
ไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อย หมอนี่มันบาดเจ็บมาก่อนอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ชั้นก็ทำให้แผลของเขาที่มีอยู่หนักขึ้นกว่าเดิม ชั้นควรที่จะรับผิดชอบบ้าง ฟุจังช่วยปรุงยารักษาเขาหน่อยได้ไหม ชั้นจะให้เขาพักที่เรือนเล็กๆในที่นี่ อูรุฮะหันไปสั่งฟุรุยะซึ่งกำลังมองร่างสูงอย่างไม่วางตา
ฟุจัง เร็วเข้าหน่อยซิ อาการเขายิ่งแย่นะ อุรุฮะเร่งฟุรุยะอีกครั้ง ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นทันที
ได้ฮะ อูรุฮะซัง
แม้ลางสังหรณ์จะบอกเตือนถึงการมาของคนผู้นี้ถึงความปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้นภายใน ไม่นานหมอนั่นก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆ ก็แน่ละทั้งอูรุฮะและฟุจังต่างดูแลหมอนั่นไม่ห่าง ฟุจังน้องชายของผมนั่นผมดูออกทีเดียวเลยว่า เขาชอบซามูไรคนนั้น แต่สำหรับอูรุฮะที่มักจะบอกว่าเป็นเพราะความรับผิดชอบ เหตุผลนี้ผมก็ไม่แน่ใจนักว่ามันจะใช่แน่หรือ ดูจากแววตาของอูรุฮะแล้ว มันไม่ต่างอะไรไปจากฟุจังเลยซักนิด
ยิ่งคิดยิ่งกังวล เรื่องแค่นี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต
ไม่อูรุฮะก็ฟุจังที่จะต้องเกิดการสูญเสียขึ้น
เพราะเหตุนี้ผมจึงไม่ชอบเจ้าหมอนั่นเลย แม้ว่าเขาจะพูดกับผมอย่างดีก็เถอะนะ ผมพยายามที่จะให้เขาไปจากพวกเรา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ทั้งอูรุฮะและฟุจังมักจะค้านเสมอ ผมรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน เหมือนกับว่าในตอนนี้ ไม่มีใครที่จะเข้าใจผม
...................................
........................................
ได้ยินมาว่า ท่านเป็นซามูไรมาจากทางใต้หรือ อูรุฮะถามขึ้นขณะกำลังยกอาหารมาให้ในค่ำวันหนึ่ง
ขอรับนายน้อย ร่างสูงเหลียวตอบกลับมาแล้วตกใจเล็กน้อย
ไม่จำเป็นที่ท่านต้องดีกับข้าถึงเพียงนี้ แค่นี้ท่านก็มีบุญคุณต่อข้าแล้ว
อะไรกันเหล่า มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ข้าเคยได้ยินชื่อของตระกูลทาจิบานะ ซามูไรที่ฝีมือเก่งกาจแต่กลับถูกเหล่าศัตรุมันใช้อุบายที่สกปรกฆ่าล้างครอบครัวท่าน ไม่นึกว่าข้าจะเจอผู้รอดชีวิตอย่างท่าน ข้าขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียด้วย
การสนิทสนมของทั้งคู่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้ เรื่องที่ผมสังหรณ์ในใจก็เริ่มขึ้นเมื่อวันนั้นคุณปู่ของผมป่วยกะทันหันผมกับฟุจังจึงอยู่ที่บ้าน ซึ่งทำให้อูรุฮะชักชวนซามูไรหนุ่มคนนั้นมาเยี่ยมคุณปู่ที่บ้านผม ขากลับเมื่อผมเห็นเขาทั้งสองคนกลับด้วยกันมันรู้สึกเคืองยังไงไม่รู้
เจ้านั่นเป็นใครมาจากไหนกัน
..................................
......................................
แม่นกส่งอาหารป้อนเข้าปากลูกน้อยที่หิวโหยอย่างเอ็นดู ในรังบนต้นไม้สูงลิ่ว ดูเป็นภาพที่น่ารักนัก ลูกนกร้องกันแซ่งแซ่แข่งกันแย่งกินอาหาร สัตว์เหล่านั้นไม่รู้ถึงภัยที่กำลังเข้ามาคุกคาม ร่างทะมึนดำเลื้อยมาอย่างช้าๆ ลิ้นสีแดงแลบออกมาหวังที่จะงาบเหยื่อก้อนโต
โอ๊ะ
ไม่ทันเท่าไรร่างของงูตัวนั้นก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว ร่างบางจับคันธนูในชั่วพริบตาเดียว ปลายลูกศรปักเข้าที่หัวของมันอย่างไม่ปรานี เลือดสดๆจนมันไหลย้อยออกมา
เคตะเดินเร็วๆหน่อยซิ ร่างบางตะโกนออกมามองเคตะกำลังเดินอยู่ข้างหลัง (ไปเปลี่ยนสรรพนามกันตอนไหนฟะ)
พิ่งจะได้เห็นฝีมือของผู้สืบทอดนะ ยิงแม่นแล้วยัง ตาไวอีก สิ้นคำพุดของเคตะ อูรุอะไม่ตอบอะไรมีเพียงแต่รอยยิ้มบางๆ ตรงหน้า
ครืน.......
แผ่นดินที่เคยสงบอยู่ๆกับสั่นสะเทือนไปทั่ว ร่างทั้งสองคนทรงตัวแทบไม่อยู่ ภูผาตรงด้านหน้าของทั้งคู่เริ่มสั่นไหวก้อนหินนับร้อยพุ่งตกลงมา นี่มันแผ่นดินไหวชัดๆ ร่างสูงมองไปยังอูรุอะที่กำลังพยุงตัวขึ้นไม่ได้ ร่างบางถูกแรงกระแทกจากหินก้อนหนึ่งทางด้านหลัง ขณะที่จะวิ่งเข้าไปหาเห็นก้อนหินมหึมาก้อนหนึ่งกำลัง พุ่งเข้ามาทางร่างบางอีกด้วย เพียงชั่วครู่เคตะกระโจนเข้าไปผลักอูรุฮะให้ออกห่าง ร่างของทั้งคู่กระเด็นไปด้านข้าง ก่อนที่ก้อนหินลูกนั้นจะมาถึงเพียงเสี้ยววินาที
ในที่สุดแผ่นดินไหวก็สงบลง ร่างเคตะที่คร่อมตัวอูรุฮะเพื่อปกป้องจากเศษหินต่างๆ แผ่นหลังมีเลือดไหลซึมเล็กน้อย ใบหน้าที่ห่างกันเพียงไม่กี่มิล กับสายตาที่ประสานกัน ความรู้สึกเหล่านี้มันมาจากไหนกัน อยู่ๆ หัวใจมันก็เต้นถี่ขึ้น ต่างได้ยินถึงเสียงหัวใจของกันและกัน ดวงตากลมโตนั่นปิดตาลงเล็กน้อยบ่งบอกถึงความพร้อม ร่างสูงไม่อาจหักห้ามหัวใจตัวเองได้ ก้มลงจูบบนริมฝีปากบางนั้นราวกับความรักที่เก็บไว้ระเบิดออกมา ถูกถ่ายทอดไปยังรสจูบของกันและกัน
เคตะถอนริมฝีปากออกอย่างช้าๆ สติเริ่มที่จะกลับมา
ขอโทษด้วยนะ อูรุฮะ เมื่อกี้นี่น่ะ
ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลยนี่ เคตะไม่ได้ผิดอะไรซักหน่อย
เดินไหวไหมล่ะ เคตะเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบอาการเขิน ขึ้นหลังของชั้นละกันนะ
อูรุฮะมีเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
.......................
......................
เหมือนเทพเจ้าจะเข้าข้างผม ตอนนี้มีคนที่เชื่อในลางสังหรณ์ของผมแล้วซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านเจ้านั่นเอง ท่านอยากจะให้ทาจิบานะ เคตะ คนนั้นออกไปจากบ้านของท่าน เรื่องนี้อูรุฮะลำบากใจยิ่งนักเพราะไม่ว่าจะขอร้องท่านเจ้าเพียงใดท่านก็ไม่อนุญาต ผมแอบยิ้มอยู่ในใจ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าอูรุฮะจะทำแบบนั้น
ในวันที่เคตะจะต้องออกไปจากบ้าน
ชายหนุ่มจัดการเก็บข้าวของที่มีเพียงอันน้อยนิดในเวลากลางคืน ก่อนหน้านี่ที่เขากราบขอบคุณตระกูลทาคาชิมะที่ให้ความช่วยเหลือ เขาไม่ต้องการที่จะอยู่ให้ใครรำคาญเพียงแต่คิดถึงอูรุฮะเท่านั้น ร่างสูงจะเดินทางในเวลากลางคืนและจะจากไปอย่างเงียบๆ
ทันทีที่ก้าวพ้นเขตของบ้าน เคตะต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบอูรุฮะที่ยืนอยู่ข้างหน้า
ให้ชั้นไปกับเคตะได้ไหม ร่างบางเอ่ยอย่างเบาๆ
จะทำอย่างนั้นได้ยังไงกันอูรุฮะ นายเป็นถึงผู้สืบทอดจะมาทิ้งทุกอย่างไปกับชั้นทำไม เคตะค้านขึ้น
แล้วเคตะคิดว่าชั้นจะมีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นหรอ ถ้าไม่มีเคตะเคียงข้าง ในที่สุดอูรุฮะก็พุดความรู้สึกที่มีออกมา
แต่ว่า....นายยังมีหลายๆคนที่รักนาย อย่างน้อยก็ไคนั่นไง ชั้นรู้นะ ว่าไคน่ะเขารักนาย แล้วท่านเจ้าจะเสียใจมากแค่ไหนที่รู้ว่านายทำอย่างนี้
แต่คนที่ชั้นรักคือเคตะนะ ร่างบางเถียงขึ้นมา
หรือว่าเคตะไม่ได้คิดอะไรกับชั้น จูบนั่นไม่มีความหมายเลยซินะ ว่าแล้วน้ำตาใสๆ ก็ไหลลงมา
ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ ชั้นรักนาย เพียงแค่ไม่อยากต้องให้นายลำบากพร้อมกับชั้น เคตะพูดพลางใช้นิ้วมือเรียวยาวเช็คน้ำตาให้กับอูรุฮะ
ไม่เลย แค่มีเคตะอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเจออะไรชั้นก็ยอม สิ้นคำพูดของอูรุฮะทั้งสองร่างโผเข้ากอดกันราวกับสัญญาว่าจะไม่จากกันไปไหน
..........................
.............................
เรื่องทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นตามลางสังหรณ์ของผม ผมรู้สึกแค้นใจมากแค่ไหนกับเรื่องนี้
ทาจิบานะ เคตะ แย่งคนที่ผมรักไป
ผมพยายามที่จะคิดอย่างนั้น เพื่อปกปิดความจริงที่ว่า อูรุฮะเต็มใจที่จะไปเองต่างหาก
อูรุฮะมีความรักให้กับเคตะอย่างที่ไม่สามารถให้กับผมได้
ผมยังจำได้ดีในคืนนั้น
.........................
..........................
พวกนายจะไปไหนกัน เสียงหนึ่งดังขึ้นมาตามด้วยร่างของไคทำให้ทั้งคู่ดูตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ไครู้ได้ยังไงกัน อูรุฮะถามด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ
รู้แม้กระทั่งว่านายรักเคตะ รักคนๆเดียวกับน้องชายของชั้น ไคพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังปนโกรธ
เคตะและอูรุฮะต่างนิ่งเงียบไปทั้งคู่ จนในที่สุดเคตะก็พูดขึ้นมา
แต่เราสองคนรักกันนะ
คำพูดเหล่านี้ทิ่มแทงหัวใจของไคเหลือเกิน เกินกว่าที่จะทนได้คว้าดาบที่ถือมาพุ่งตรงเข้าใส่เคตะทันที
ทั้งคู่ต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ดูท่าว่าเคตะจะได้เปรียบด้วยรูปร่างที่แข็งแกร่งกว่า ถึงกระนั้นไคก็ยังไม่ยอมแพ้ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะยับยั้งการจากไปของคนที่เขารัก
หยุดเดี๋ยวนี้นะ ทั้งสองคน คำพูดที่มาพร้อมกับลูกธนูของอูรุฮะสามารถทำให้ทั้งคู่ชะงักลงไปได้ อูรุฮะเดินตรงเข้าไปหาไค
ขอโทษจริงๆเลยนะไคที่ชั้นกลับไปพร้อมไคไม่ได้ ชั้นเลือกที่จะไปกับเคตะเอง ชั้นรักเขา ร่างบางกล่าวอย่างสะอึกสะอื้น แต่สำหรับไคแล้ว ไคคือเพื่อนคนสำคัญของชั้น ไม่ว่าจะไกลกันมากแค่ไหน ชั้นไม่มีทางลืมไคหรอก เราไม่ได้จากกันไปไหนหรอกนะ วันเวลาเราที่อยู่ด้วยกันมา ชั้นรู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับเรา ก่อนที่อูรุฮะจะได้พูดอะไรต่อไปอีก นิ้วมือเรียวของไคก็มาแตะเบาๆบนริมฝีปากบางของอูรุฮะ แววตาสีดำขลับดูเศร้าอย่างเหงาๆ
ไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้ว ถ้าสิ่งที่นายเลือกคือสิ่งที่นายมีความสุข ชั้นก็จะไม่ขัดขวาง ชั้นขอเพียงแค่นี้เท่านั้น ไคพูดก่อนที่จะหันหน้าไปทางเคตะ
นายน้อยคนนี้ ชั้นดูแลมานับสิบปี เขาเป็นคนสำคัญของชั้น ถ้านายทำให้เขาเสียใจล่ะก็ จำไว้ว่าชั้นจะไม่มีทางอภัยให้นายเป็นอันขาด ไคพูดก่อนที่จะเดินหนีออกไปอย่างเงียบๆ ความมืดในค่ำคืนนี้ดูหดหู่เสียเหลือเกิน
อุสึทโนะมิยะ
ป่าไผ่พวกนี้หรอ ที่เคตะพูดถึงน่ะ ร่างบางถามขึ้นมาทันทีที่มาถึง หลังจากที่ต้องเดินทางมาหลายวัน
ใช่แล้วแหละ ที่นี่เคยเป็นที่ของแม่ชั้นก่อนที่จะแต่งงานกับพ่อ ตอนนี้เลยไม่มีใครอาศัยอยู่เลย ชั้นคิดว่าเราน่าจะอยู่ด้วยกันที่นี่นะ มันค่อนข้างที่จะปลอดภัย และที่นี่มีเรือนไม้ที่พ่อชั้นเพิ่งสร้างก่อนที่จะเสีย ยังไงก็ทำความสะอาดเสียหน่อยคงอยู่ได้ล่ะนะ
งั้นก็ตกลงตามนี้เลยละกัน อูรุฮะไม่ขัดข้อง
ยามค่ำคืนเมื่อแสงจันทร์ทอประกาย เกิดเงารูปร่างต่างๆของใบไผ่ หากอยู่ใต้ต้นไผ่เมื่อมองออกไปจะเห็นถึงลวดลายบนดวงจันทร์กลมๆ เกิดเป็นภาพต่างๆตามจินตนาการของผู้มอง อูรุฮะยืนตรงระเบียงกับเคตะ ไม่มีอะไรที่จะมีความสุขเกินกว่านี้แล้วความรักที่บ่งบานกับธรรมชาติอันงดงาม
ดึกมากแล้ว เริ่มที่จะมีกลิ่นไอของน้ำค้างที่ตกอยู่บนยอดหญ้า รวมถึงกลิ่นของไอดินที่ชุ่มช่ำหลังฝนตก ร่างสูงโอบกอดร่างบางบนเตียงเข้าไปออดอ้อนไม่ต่างจากเด็กตัวเล็กๆ
อากาศหนาวๆอย่างนี้กอดอูรุฮะไว้แล้วอุ่นขึ้นทีเดียวนะ
ขอบคุณ แต่ต้องการแค่อุ่นอย่างเดียวน่ะหรอ ร่างบางถาม
ไม่พอหรอก ต้องการทุกอย่างจากนายเลย ว่าแล้วก็ระดมจูบไปทั่ว ไล้ไปตั้งแต่เรือนผม หน้าผาก ริมฝีปาก ลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอก เผลอขบกัดเบาๆ เกิดเป็นรอยจ้ำแดงๆขึ้นมาทันที ฝ่ามือก็ไม่อยู่นิ่ง ซุกซนไปจนทั่ว
วงแขนของร่างบางโอบรอบต้นคอของเคตะเอาไว้ แขนเสื้อสีขาวบางๆไหลมาตามท่อนแขน ก่อนที่ชิ้นผ้าทั้งหมดจะถูกกระจายลงมากองที่พื้น
ผิวกายแนบชิดกันราวกับจะหลอมเป็นร่างเดียว ริมฝีปากถอนออกจากอีกฝ่ายหลังจากเข้าไปแทรกตวัด หยอกเย้าภายใน แล้วไล่หลังมาตรงเนื้อผิวเรื่อยๆ ท่วงท่าที่เร้าร้อนทำให้อากาศที่เหน็บหนาวดูเย็นลงถนัดตา
อา......เค....ตะ......อา..........ร่างบางร้องครางออกมา ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ
เจ็บหรอ อูรุฮะ ถามด้วยความเป็นห่วง
อืม................ไม่..เป็น..ไร
ร่างทั้งสองสภาพเปลือยเปล่านอนกอดกันใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ณ. เรือนไม้ที่แวดล้อมไปด้วยป่าไผ่ ความรักที่มีให้กันและกันพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ
ฝันดีนะ เคตะกระซิบที่ข้างหูของอูรุฮะในอ้อมกอดด้วยเสียงอันแผ่วเบา
เหมือนกัน อูรุฮะตอบกลับมาพร้อมจูบเข้าที่ริมฝีปากของเคตะ
............
.........................
ชั้นรักนายนะ....
ชั้นก็รักนายที่สุด
หิมะสีขาวเจิดจ้าที่ส่องประกายระยิบระยับ
ราวกับมวลหมู่ดาวได้ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า
ขอจงช่วยเปลี่ยนน้ำตานี้ให้กลายเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
เพราะฉันจะเฝ้ามองเธอตลอดไป
อยากไปที่ไหนก็ได้สักแห่ง ถ้าจะทำให้เราได้อยู่ด้วยกันเพียงสองคน
จะโอบกอดเธอไว้ตลอดเวลา จะอยู่เคียงข้างเธอ
จนกระทั่งรุ่งอรุณมาเยือน
ขอกุมมือที่ดูท่าทางจะเหน็บหนาวนั่นเถอะ
ฉันจะทำให้อุ่นขึ้นในคืนนี้เอง
จะไม่ลืมเลือนวันนี้เลย....
นี่ เพียงแค่มองตาเราก็เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว
มันคืออะไรที่บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
แต่เชื่อมโยงเธอกับฉันเข้าด้วยกัน
หิมะสีขาวเจิดจ้าที่ส่องประกายระยิบระยับ
ราวกับมวลหมู่ดาวได้ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า
ฉันมองเห็นมันเปรียบเหมือนความคิดคำนึง
ที่มีต่อเธอจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
และในความฝันของฉันความรักนิรันดร์จะเป็นสีขาวนั่นเอง
(song: sora kara orita shiroi hoshi)
To be con......
ไม่นึกว่าจะมีเพลงที่เข้ากับฉากนี้เต็มๆ เลยถือโอกาสนำมาประกอบซะเลย ตัดเอามาเฉพาะบางท่อนนะคะ ยาวเกินไป มันไม่พอดีอ่ะ นี้ล่ะโอเคที่สุด วงที่ขับร้องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นเพลงของ w-inds ที่มีเสียงของเคตะเป็นเมน ชื่อเพลงหากแปลตามตัวจะหมายถึง ดวงดาวสีขาวที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้า แต่ถ้าดูในเนื้อเพลงก็จะหมายถึง ความรัก นั่นเอง
ขอขอบคุณ Mrs.kagimoto จากเว็บไซต์ www. Vividw-inds.com ผู้แปลเนื้อเพลงด้วยนะคะ แปลได้สลวยสลวยมาก (ยิ้ม) ชอบมากเลยค่ะ กำลังอินว่าเคตะร้องให้กับอูรุฮะน่ะเนี่ย
edit @ 2007/05/31 19:46:01
ขอแก้ข่าว(แก้ไขด้วยเดี๊ยวเขาเข้าใจผิดกัน)

ใกล้จะจบแล้วหรอ
...จบเร็วจัง
ว้าๆๆๆ
เจ๊ปุ๋ยอย่างเกินความคาดหมาย!!!
พี่โจ๊ะจังกลับมารร.วันนั้นดูเป็นสาวมากๆเลย
สุขสัตน์วันวิสาขฯจ้า
#1 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2007-05-31 21:16